เผยแพร่ 18 กันยายน 2569
Porsche Cayenne EV ใหม่ อัปเกรดความล้ำด้วยระบบชาร์จไร้สาย-ประตูไฟฟ้า พร้อมสะกดทุกสายตากับสีตัวถัง 105 เฉดสี
Porsche ประกาศอัปเกรดออปชันสุดล้ำรับโมเดลเยียร์ใหม่ให้กับ Cayenne Electric และ Cayenne Coupé Electric เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 จัดเต็มความสบายด้วยระบบชาร์จไร้สายส่งกำลังไฟ 11 kW แค่จอดทับแท่นชาร์จบนพื้นไฟก็เข้าทันที พ่วงระบบประตูไฟฟ้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ และเบาะนวด 4D Audio ที่สั่นไหวผ่อนคลายตามจังหวะเสียงเพลง ปิดท้ายเอาใจสายคัสตอมด้วยโปรแกรม Paint to Sample ที่ปลดล็อกสีตัวถังภายนอกให้เลือกสะใจรวมถึง 105 เฉดสี
1 / 9Porsche เปิดสเปกออปชันใหม่รับโมเดลเยียร์ล่าสุดของ Cayenne Electric และ Cayenne Coupé Electric เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2026 จัดเต็มครบทุกไลน์อัปตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น Electric, รหัสแรง S Electric ไปจนถึงตัวท็อป Turbo Electric ไฮไลต์เด็ดคือการเพิ่ม 3 ออปชันป้ายแดงที่สาวก Cayenne ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ทั้งระบบชาร์จไร้สาย, ประตูไฟฟ้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ และการเปิดหน้าต่างให้แต่งรถผ่านโปรแกรม Paint to Sample จนปอร์เช่กล้าเคลมเลยว่า นี่คือ Cayenne ที่เปิดกว้างให้ลูกค้าดีไซน์ได้ตามใจชอบมากที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา การันตีความจัดเต็มด้วยความหลากหลายของสีตัวถังที่มีให้เลือกสะใจถึง 105 เฉดสี
เริ่มจากการชาร์จแบบไร้สาย เนื่องจากเป็นนวัตกรรมที่เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด โดยระบบ Porsche Wireless Charging จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ ชุดเตรียมฮาร์ดแวร์บนตัวรถ, แผ่นรับพลังงานใต้ท้องรถ และแผ่นส่งพลังงานที่ติดตั้งถาวรบนพื้นช่องจอดรถ (Charging Pad) ซึ่งมีคุณสมบัติกันน้ำและสามารถติดตั้งกลางแจ้งได้ ผู้ขับขี่เพียงแค่จอดรถให้ตรงตำแหน่งตามที่หน้าจอ PCM แนะนำ ระบบจะเริ่มชาร์จพลังงานโดยอัตโนมัติด้วยกำลังไฟสูงสุด 11 kW และมีประสิทธิภาพสูงถึงประมาณ 90% ซึ่งเทียบเท่ากับการชาร์จผ่านวอลล์บ็อกซ์ (Wallbox) ทั่วไปโดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อสายชาร์จ นอกจากนี้ ยังปลอดภัยด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวและวัตถุแปลกปลอม ซึ่งระบบจะหยุดการชาร์จทันทีหากมีบุคคลหรือสัตว์เลี้ยงเข้าใกล้ หรือเมื่อตรวจพบว่าวัตถุโลหะบนแผ่นชาร์จมีอุณหภูมิสูงขึ้น ทั้งนี้ ณ เดือนกันยายน 2026 ระบบดังกล่าวเปิดให้สั่งซื้อแล้วในประเทศเยอรมนีและตลาดยุโรปบางส่วน โดย Porsche มีแผนจะทยอยเปิดให้บริการทั่วโลกในทุกประเทศที่รองรับระบบ Porsche Connect ยกเว้นประเทศจีน
ถัดมาคือระบบประตูเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (Power Doors) ที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบครบทั้ง 4 บาน เพียงแค่ดึงมือจับประตูเบา ๆ มอเตอร์เซอร์โว (Servo Motor) จะทำหน้าที่เปิดหรือปิดประตูให้โดยอัตโนมัติจนสุด ไม่ว่ารถจะจอดอยู่บนพื้นราบหรือบนทางลาดชันก็ตาม โดยระบบนี้รองรับการสั่งงานได้อย่างหลากหลาย ทั้งจากปุ่มกดภายในห้องโดยสาร, มือจับประตู, เมนูควบคุมบนหน้าจอ PCM และสั่งการจากภายนอกรถผ่านระบบกุญแจดิจิทัล (Porsche Digital Key) ขณะที่ประตูฝั่งคนขับมีฟังก์ชันพิเศษที่จะปิดล็อกเองโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่คาดเข็มขัดนิรภัยหรือเหยียบเบรก ด้านความปลอดภัยตัวรถได้รับการติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวางที่จะหยุดการเคลื่อนที่ของประตูทันทีหากมีวัตถุหรือบุคคลอยู่ในแนวประตู และหากระบบเตือนภัยขณะออกจากรถ (Exit Warning) ตรวจพบว่ามีรถคันอื่นกำลังแล่นเข้ามาใกล้ ประตูจะไม่ยอมเปิดออกเพื่อป้องกันการเฉี่ยวชน อย่างไรก็ตาม ผู้ขับขี่และผู้โดยสารยังคงสามารถเลือกเปิด-ปิดประตูด้วยตนเอง (Manual) ได้ตลอดเวลาเช่นกัน
ภายในห้องโดยสารจัดเต็มความพรีเมียมด้วยเบาะนั่งคู่หน้าพร้อมฟังก์ชันนวดและระบบเสียง 4D Audio ฝังถุงลมนวดไว้ถึง 16 จุด พร้อมตัวขับสัญญาณแรงสั่นสะเทือนอีก 6 ตัวในแต่ละเบาะ จัดโปรแกรมนวดมาให้เลือกฟิน 5 รูปแบบ แถมปรับระดับการสั่นได้ตามใจชอบ หรือถ้าวันไหนไม่อยากนวด แต่อยากได้ฟีลลิ่งคอนเสิร์ต ก็สามารถเปิดระบบสั่นสะเทือนที่เบาะให้กระแทกตามจังหวะเบสของเสียงเพลงได้เลย โดยฟังก์ชันนี้จะลิ้งก์เข้ากับระบบปรับบรรยากาศ Mood Modes ที่รอบนี้เพิ่มโหมดผ่อนคลาย Wellness เข้ามาใหม่อีก 3 รูปแบบ ด้านงานดีไซน์หรูหรายังคงมีชุดตกแต่ง Interior Style Package โทนดำ-เขียวสุดเท่จากแผนก Exclusive Manufaktur ให้เลือกเหมือนเดิม แต่พิเศษสุดสำหรับโมเดลเยียร์ใหม่ด้วยออปชัน Extended Package ที่อัปเกรดงานหุ้มหนังแท้รอบคันสลับเดินด้ายสีเขียว Delgada Green หน้าปัดคอนโซลกลางหุ้มหนังแท้ผสมวัสดุสปอร์ตระดับรถแข่งอย่าง Race-Tex ทั้งแถวหน้าและแถวหลัง ปิดท้ายด้วยกาบบันไดข้างประตูหุ้ม Race-Tex เดินด้ายสีตัดกันอย่างมีสไตล์
Cayenne Electric จัดสีมาตรฐานแกะกล่องมาให้เลือก 13 สี คุมโทนอารมณ์ตามกลุ่มสีเอกลักษณ์อย่าง Contrasts, Shades, Dreams และ Legends แต่ถ้ายังไม่จุใจ ปอร์เช่ก็เปิดโปรแกรมพิเศษ Paint to Sample จากแผนก Exclusive Manufaktur ให้เลือกสาดสีคัสตอมตามใจชอบได้มากถึง 105 เฉดสี การันตีความสวยสดแปลกใหม่ผ่านตัวโชว์ในภาพข่าว ไม่ว่าจะเป็น Cayenne Turbo Electric ตัวแรงสีน้ำเงินเข้ม Sapphire Blue Metallic, Cayenne S Electric สปอร์ตหรูสีแดงเหลือบ Ruby Red Metallic และ Cayenne Turbo Coupé Electric ท้ายลาดสายพันธุ์ซิ่งในสีเขียวตองสะดุดตาอย่าง Peridot Metallic
ในแง่การใช้งานจริงสำหรับลูกค้าชาวไทย สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาคือตัวแท่นชาร์จไร้สายบนพื้น (Charging Pad) เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ต้องติดตั้งถาวร จึงตอบโจทย์กับบ้านเดี่ยวหรือวิลล่าที่มีที่จอดรถส่วนตัว มากกว่าช่องจอดส่วนกลางในคอนโด และแนะนำให้วางแผนเรื่องนี้ก่อนเลือกสเปกรถครับ ทางเราพร้อมเปิดรับจองทั้ง Cayenne Electric และ Cayenne Coupé Electric ในรูปแบบ Made-to-order พร้อมดูแลเรื่องการคำนวณราคาเบ็ดเสร็จรวมภาษีอากร แจ้งกำหนดส่งมอบที่แม่นยำ และให้คำแนะนำในการคัสตอมออปชันก่อนส่งเข้าไลน์ผลิต และหากคุณยังลังเลระหว่างพลังงานไฟฟ้า 100% กับขุมพลังไฮบริด ในโชว์รูมของเราที่กรุงเทพฯ มี Cayenne E-Hybrid และ Cayenne E-Hybrid Coupé ในสต็อกพร้อมให้คุณเข้ามาสัมผัสคันจริงเพื่อเปรียบเทียบสเปกและขอราคาประเมินของทั้งสองระบบได้ทันที
ภาพ: Porsche AG · อ่านประกาศต้นฉบับ
ข่าวสาร
สนใจสั่ง Cayenne Electric ตามสเปกที่ต้องการ?
แจ้งความสนใจไว้กับเรา แล้วเราจะติดต่อกลับพร้อมสถานะโควตา ราคานำเข้าถึงไทย และกำหนดเวลา
















