เผยแพร่ 12 กันยายน 2569

BMW M Edition 100 Jahre Nürburgring: จัดเต็ม 6 รุ่นพิเศษ นำทัพโดย M2 ไปจนถึง M5 Touring มาพร้อมสีเขียวเอ็กซ์คลูซีฟ 'Nürburgring Green' เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 100 ปีของสนามในตำนาน

BMW M ร่วมฉลองความยิ่งใหญ่ 100 ปีของสนามในตำนาน ด้วยการส่งรุ่นพิเศษ 'Edition 100 Jahre Nürburgring' ออกมาให้สาวกได้สะสมครบไลน์อัป ทั้ง M2, M3 Sedan, M3 Touring, M4 Coupé, M5 Sedan และ M5 Touring โดดเด่นด้วยสีเขียวเอ็กซ์คลูซีฟ 'Nürburgring Green' เสริมความลิมิเต็ดด้วยลวดลายกราฟิกสนามแข่ง, แถบสีเขียวรับกับล้ออัลลอย และเบาะนั่งปักลายเส้นสนามแข่ง Nordschleife อันเป็นเอกลักษณ์ โดยเริ่มเปิดให้สาวกบีมเมอร์สั่งจองได้แล้วตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 เป็นต้นไป

BMW M Edition 100 Jahre Nürburgring: จัดเต็ม 6 รุ่นพิเศษ นำทัพโดย M2 ไปจนถึง M5 Touring มาพร้อมสีเขียวเอ็กซ์คลูซีฟ 'Nürburgring Green' เพื่อร่วมฉลองครบรอบ 100 ปีของสนามในตำนาน — photo 1 of 51 / 5

สนาม Nürburgring เปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 1927 แต่ทาง BMW M เลือกที่จะสตาร์ทความยิ่งใหญ่ฉลองครบรอบ 100 ปีล่วงหน้า ด้วยการประกาศเปิดตัวซีรีส์รุ่นพิเศษ "Edition 100 Jahre Nürburgring" ไปเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา โดยความพิเศษครั้งนี้จัดเต็มครอบคลุมรถยนต์ตัวแรงถึง 6 รุ่น (M2, M3 Sedan, M3 Touring, M4 Coupé, M5 Sedan, M5 Touring) ควบรวมกับมอเตอร์ไซค์ระดับท็อปจาก BMW Motorrad อีก 3 รุ่น ซึ่งไฮไลต์สำคัญคือทุกคันจะมาพร้อมกับสีเขียวเอ็กซ์คลูซีฟ "Nürburgring Green" สีไอคอนิกที่พัฒนาขึ้นเพื่อโปรเจกต์นี้โดยเฉพาะและไม่มีให้เลือกในรุ่นปกติ สมกับที่ Frank van Meel ซีอีโอของ BMW M GmbH ได้กล่าวเอาไว้ว่า สนามแข่งแห่งนี้เปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของพวกเขา เพราะรถรหัส M ทุกคันที่คลอดออกมา ล้วนต้องผ่านการเคี่ยวกรำและทดสอบบนแทร็กระดับตำนานอย่าง Nordschleife ก่อนจะได้รับอนุมัติให้ผลิตจริง

ไฮไลต์เด่นของรุ่นพิเศษนี้อยู่ที่งานสี แม้จะมีสีดำ Black Sapphire metallic ให้เลือก แต่สีเขียวที่เป็นเฉดเดียวกันทั้ง 6 รุ่นคือสิ่งทีทำให้รถซีรีส์นี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิง บนตัวถังตกแต่งด้วยโลโก้ “100 Years” ข้อความ “Nürburgring since 1927” และลายเส้นแทร็กสนามแข่งบริเวณประตูหน้า เสา C และซุ้มล้อหลัง พร้อมแถบคาดหลังคาดีไซน์เฉพาะรุ่น โดยรถหลังคาคาร์บอน (M carbon) อย่าง M2, M3 Sedan, M4 Coupé และ M5 Sedan จะได้รับการคาดลายลงบนชิ้นคาร์บอนโดยตรง ส่วนรุ่นแวนอย่าง M3 Touring และ M5 Touring จะคาดลงบนหลังคาปกติ นอกจากนี้ ตัวกรอบกระจังหน้าและแถบสีบนล้ออัลลอยยังถูกแต่งแต้มด้วยสีเขียว โดย M3 และ M4 จะมาพร้อมล้อ Styling 826 M, รุ่น M5 ได้ล้อ Styling 951 M และรุ่น M2 เป็นล้อ Styling 930 M สีดำเงา ซึ่งความพิเศษคือต่อให้คุณเลือกตัวถังสีดำ Black Sapphire รายละเอียดดีเทลสีเขียวรอบคันเหล่านี้ก็ยังคงอยู่เช่นเดิม เพื่อคงเอกลักษณ์ของรุ่นฉลอง 100 ปีเอาไว้

ภายในห้องโดยสารมาในโทนสีดำดุดัน ตกแต่งด้วยการเดินด้ายเย็บตะเข็บตัดสีเขียวและขาวอย่างประณีต โดยรุ่นขุมพลัง 6 สูบเรียงจะได้รับพวงมาลัย M Alcantara พร้อมแถบ Mark ตำแหน่ง 12 นาฬิกาในโทนสีเดียวกัน ส่วนพี่ใหญ่อย่าง M5 ทั้งเวอร์ชันซีดานและทัวริ่งจะมาพร้อมพวงมาลัย M ลวดลายเฉพาะตัว บริเวณพนักพิงศีรษะของเบาะคู่หน้าปักลายเส้นสนาม Nordschleife สีดำสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ยกเว้นเพียงน้องเล็กอย่าง M2 ที่จะพิเศษกว่าด้วยลายปักสีเขียว พร้อมอัปเกรดไปใช้เบาะซิ่งตัวท็อปอย่าง M Carbon Bucket Seat ให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน

ในส่วนของขุมพลังไม่มีการอัปเกรดตัวเลขเพิ่มเติม เพราะพละกำลังเดิมที่มีอยู่ก็ดุดันจนเกินพอแล้ว โดยรุ่นน้องเล็ก M2 พกพาความแรงมาที่ 480 แรงม้า ขยับมาที่ M3 และ M4 Competition รีดพละกำลังได้ 530 แรงม้า พร้อมแรงบิด 650 นิวตันเมตร ขณะที่พี่ใหญ่อย่าง M5 จัดเต็มด้วยเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้กำลังรวมสูงถึง 727 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 1,000 นิวตันเมตร อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์ลับที่ซ่อนอยู่ใต้ฝากระโปรงของรุ่นเครื่องยนต์ 6 สูบเรียงก็คือ "BMW M Ignite" ระบบจุดระเบิดแบบห้องเผาไหม้ย่อย (Pre-chamber ignition) เอกสิทธิ์เฉพาะที่ BMW จดสิทธิบัตรไว้ และได้เริ่มติดตั้งในไลน์อัปของ M2, M3 และ M4 มาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2026 เทคโนโลยีจากสนามแข่งนี้จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้เมื่อต้องเค้นสมรรถนะอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในทางปฏิบัติ มันจะช่วยให้เหล่านักขับสามารถหวดรถในสนามได้จำนวนรอบที่มากขึ้นต่อน้ำมันหนึ่งถัง แถมยังช่วยให้ตัวรถผ่านเกณฑ์มาตรฐานไอเสีย Euro 7 อันเข้มงวดได้สบายๆ โดยที่แรงม้าไม่ตกแม้ตัวเดียว

สำหรับกำหนดการวางจำหน่าย ไลน์อัปตัวแรงอย่าง M3 Sedan, M3 Touring, M4 Coupé, M5 Sedan และ M5 Touring จะเริ่มเปิดรับ Order กันตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 นี้เป็นต้นไป ส่วนน้องเล็กอย่าง M2 จะตามมาสมทบในช่วงต้นปี 2027 อย่างไรก็ตาม ข้อมูลสเปกทั้งหมดในตอนนี้ยังเป็นเพียงเวอร์ชันเบื้องต้น และทาง BMW ก็ยังไม่มีการประกาศราคาค่าตัวออกมาอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ ความน่าสนใจอีกหนึ่งอย่างคือ ในขณะที่ฝั่งมอเตอร์ไซค์ทั้ง 3 รุ่นของ BMW Motorrad จะถูกผลิตในจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละ 100 คันเท่านั้น แต่ในส่วนของฝั่งรถยนต์กลับยังไม่มีการระบุโควตาหรือจำกัดจำนวนการผลิตเอาไว้ในตอนนี้

สำหรับในประเทศไทย รถรุ่นพิเศษที่ผูกกับวาระครบรอบสำคัญแบบนี้ จะมีสถานะและมูลค่าไม่ต่างจากรถ Limited Edition เลยครับ ไม่ว่าจะมีการประกาศจำกัดจำนวนคันจากโรงงานหรือไม่ก็ตาม เพราะนี่คือรถที่เปิดให้สั่งซื้อได้เพียงครั้งเดียวและในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น หลังจากนี้หากพลาดไปก็ต้องไปหาต่อในตลาดมือสองในราคาที่อาจดีดสูงขึ้น ซึ่งเราพร้อมให้บริการนำเข้ารถ BMW M ตามคำสั่งซื้อของคุณ (Made-to-order) แบบรวมภาษีนำเข้าและอากรทุกอย่างครบจบถึงเมืองไทย พร้อมแจ้งกำหนดเวลาส่งมอบที่ชัดเจน เพียงคุณบอกเราว่าสนใจรุ่นไหนใน 6 รุ่นพิเศษนี้ และต้องการสีตัวถังสีใดใน 2 เฉดสีข้างต้น ทีมงานของเราพร้อมตรวจสอบโควตาและแจ้งคำตอบกลับอย่างตรงไปตรงมาทันที ว่าคิวการผลิตของโรงงานยังเปิดอยู่หรือไม่ ราคาเน็ตถึงไทยจบที่เท่าไร และต้องใช้เวลารอรถนานแค่ไหน ซึ่งหากเช็กแล้วโควตาเต็มหรือหาไม่ได้ เราก็จะแจ้งให้ทราบตามความจริงโดยไม่มีหมกเม็ดแน่นอนครับ

ภาพ: BMW Group · อ่านประกาศต้นฉบับ

ข่าวสาร

สนใจจองรุ่นพิเศษ 100 Jahre Nürburgring?

แจ้งความสนใจไว้กับเรา แล้วเราจะติดต่อกลับพร้อมสถานะโควตา ราคานำเข้าถึงไทย และกำหนดเวลา

ซื้อรถจากนอกประเทศไทย? เราจัดส่งทั่วโลก

ให้เราติดต่อกลับทางไหน?