เผยแพร่ 24 กันยายน 2569

Bentley Torcal รถไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประวัติศาสตร์แบรนด์ จัดเต็ม 888 แรงม้า วิ่งไกล 600 กม.

Bentley เผยโฉม Torcal ยนตรกรรม SUV พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของแบรนด์ ณ กรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 จัดเต็มทางเลือกทั้งรุ่นมาตรฐานและตัวแรงรหัส Torcal S ที่พกพละกำลังขั้นสุดถึง 888 แรงม้า แรงบิด 1,350 นิวตันเมตร กระชากอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาแค่ 2.9 วินาที ควบคู่กับระบบช่วงล่างแบบ Full-Active และแบตเตอรี่ที่รองรับการขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 600 กม. (มาตรฐาน WLTP)

Bentley Torcal รถไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประวัติศาสตร์แบรนด์ จัดเต็ม 888 แรงม้า วิ่งไกล 600 กม. — photo 1 of 251 / 25

Bentley Torcal รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของค่าย รูดม่านเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ที่ลอนดอนเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 เติมเต็มพอร์ตโฟลิโอเป็นโมเดลหลักลำดับที่ 4 เดินตามรอยรุ่นพี่อย่าง Continental GT, Flying Spur และ Bentayga ด้วยมิติตัวถังในสไตล์ SUV หรูความยาวไม่ถึง 5 เมตร ทำให้มันครองตำแหน่งรถ 4 ประตูที่สั้นกระชับที่สุดของแบรนด์ในเวลานี้ ตัวรถผ่านการคิดค้นและขึ้นสายการผลิตจากโรงงานเมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ โดยส่งหัวหอกลุยตลาดพร้อมกันถึง 2 ทางเลือก ได้แก่ รุ่น Torcal มาตรฐาน และตัวแรงรหัส Torcal

รายละเอียดสมรรถนะของทั้งสองรุ่นย่อยถูกแยกออกจากกันอย่างชัดเจน โดยรุ่น Torcal มาตรฐาน มอบพละกำลัง 821 แรงม้า แรงบิด 1,194 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กม./ชม. ขณะที่รุ่น Torcal S จะขยับความแรงขึ้นเป็น 888 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลถึง 1,350 นิวตันเมตรเมื่อเปิดใช้งานระบบ Launch Control ส่งผลให้ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 260 กม./ชม. ซึ่งไม่เคยมีรถยนต์ Bentley รุ่นใดในประวัติศาสตร์ที่สร้างแรงบิดได้สูงเท่านี้มาก่อน ทั้งนี้ ทางแบรนด์ระบุว่าตั้งใจจำกัดตัวเลขไว้เพียงเท่านี้ เนื่องจากทีมวิศวกรพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่จะเริ่มรู้สึกอึดอัดและไม่สบายตัวมากกว่าความตื่นเต้น หากตัวรถมีอัตราเร่งที่รุนแรงไปกว่านี้ ด้านระบบขับเคลื่อนใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวร (Permanent Magnet Synchronous Motors) สองตัวขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยมอเตอร์เพลาหลังมาพร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย (Locking Differential)

แบตเตอรี่เป็นระบบ 800 โวลต์ ประกอบด้วยเซลล์แบตเตอรี่รูปแบบถุง (Pouch Cell) จำนวน 192 เซลล์ มอบความจุสุทธิ 113 kWh พร้อมการรับประกันยาวนาน 10 ปี หรือ 100,000 ไมล์ (ประมาณ 160,000 กิโลเมตร) ตัวรถสามารถทำระยะทางวิ่งสูงสุดตามมาตรฐาน WLTP ได้ 600 กิโลเมตร เมื่อชาร์จพลังงานผ่านเครื่องชาร์จกระแสตรง (DC Fast Charge) ขนาด 400 kW จะสามารถชาร์จจาก 10 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ได้ในเวลาไม่ถึง 20 นาที และสามารถเพิ่มระยะทางการวิ่งได้ราว 160 กิโลเมตร ภายในเวลาเพียง 7 นาที สำหรับพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายมีความจุ 460 ลิตร พร้อมช่องเก็บของอเนกประสงค์ใต้ฝากระโปรงหน้า (Frunk) อีก 90 ลิตร"

ระบบช่วงล่างคือส่วนที่ Bentley ทุ่มเทเม็ดเงินลงทุนด้านวิศวกรรมมากที่สุด โดย Torcal เป็นยนตรกรรมรุ่นแรกของค่ายที่ติดตั้งระบบช่วงล่างแบบแอคทีฟเต็มรูปแบบ (Full-Active Suspension) ซึ่งโช้คอัพแต่ละต้นสามารถปรับระยะความสูง-ต่ำแยกอิสระได้ในชั่วพริบตา ส่งผลให้ตัวรถไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเหล็กกันโคลงอีกต่อไป นอกจากนี้ ระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อ (All-Wheel Steering) ยังได้รับการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยล้อคู่หลังสามารถเลี้ยวได้สูงสุด 5 องศา ช่วยวงเลี้ยวแคบลงเหลือเพียง 11.1 เมตร ด้านระบบห้ามล้อมาตรฐานใช้จานเบรกโลหะคู่หน้าขนาด 420 มิลลิเมตร ส่วนชุดเบรกคาร์บอนเซรามิกซึ่งเป็นออปชันเสริมจะขยับขนาดจานหน้าขึ้นเป็น 440 มิลลิเมตร โดยโจทย์สำคัญที่ Bentley ตั้งเป้าไว้คือ ตัวรถต้องมอบความนุ่มนวลเทียบเท่า Flying Spur ควบคู่กับความคล่องตัวประดุจ Continental GT Speed

ภายในห้องโดยสาร แผงแดชบอร์ดยังคงสะท้อนเอกลักษณ์ดีไซน์รูปปีกนกคลาสสิกตามแบบฉบับของ Bentley โดยยังมีปุ่มกดระบบสัมผัสทางกายภาพ (Physical Buttons) ติดตั้งไว้บนคอนโซลกลางและพวงมาลัย ควบคู่ไปกับหน้าจอ OLED แบบโค้งมน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการเลือกใช้วัสดุรูปแบบใหม่อย่างผ้าหุ้มเบาะที่ผลิตจากขนแกะ Merino แท้ 100% เป็นผืนแรกของวงการยานยนต์ ซึ่งได้รับการพัฒนาร่วมกับ 'Fox Brothers' ผู้ทอผ้าชื่อดังจากซัมเมอร์เซ็ต ผสานเข้ากับแผงลายไม้ Ombré Walnut ที่ผ่านการอัดซ้อนชั้นของแผ่นไม้บางพิเศษอย่างประณีต ด้านระบบเสียงจำลองขณะขับขี่ได้รับการสร้างสรรค์อย่างมีศิลปะด้วยเสียงบันทึกจากเครื่องดนตรีจริงอย่าง กลอง, วิโอลา และเบสกีตาร์ โดยเรียบเรียงให้อิงตามจังหวะรอบเครื่องยนต์ V8 อันเป็นตำนานของ Bentley แทนการเลียนเสียงเครื่องยนต์แบบตรงตัว ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกปิดระบบเสียงนี้ได้หากต้องการความเงียบสงบ สำหรับรุ่น Torcal S จะได้รับการยกระดับความดุดันด้วยชิ้นส่วนตกแต่งภายนอกสีดำ, โคมไฟท้ายสีเข้ม, ดิฟฟิวเซอร์ท้าย, คาลิปเปอร์เบรกสีแดง, ล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว และตกแต่งภายในด้วยลายไม้สีดำเงา Piano Black มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

สำหรับผู้ซื้อในประเทศไทย มิติตัวถังของรถคันนี้ถือเป็นจุดเด่นในเชิงการใช้งานจริง เนื่องจากมีขนาดสั้นกว่า Bentayga และมาพร้อมวงเลี้ยวที่แคบเพียง 11.1 เมตร ส่งผลให้ Torcal มีความคล่องตัวสูงเมื่อต้องขับขี่ในตรอกซอยแคบของกรุงเทพฯ หรือการนำรถเข้าจอดในพื้นที่จำกัดของคอนโดมิเนียมระดับหรู ซึ่งเหนือกว่ารถสี่ประตูรุ่นอื่น ๆ ของแบรนด์อย่างชัดเจน อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือระบบชาร์จไฟ แม้ตัวรถจะรองรับการชาร์จเร็วสูงสุดถึง 400 kW ผ่านตู้ชาร์จ DC กำลังสูง แต่ในชีวิตประจำวัน พฤติกรรมการใช้งานหลักจะเน้นไปที่การชาร์จไฟที่บ้าน (Home Charging) เป็นหลัก ทางเราพร้อมเปิดรับสั่งจอง (Made-to-order) สำหรับ Bentley Torcal โดยยินดีนำเสนอราคาเบ็ดเสร็จรวมภาษีนำเข้าอย่างถูกต้อง พร้อมระบุระยะเวลาส่งมอบรถอย่างชัดเจน รวมถึงให้คำปรึกษาในการเลือกสรรออปชันและสเปกก่อนยืนยันคิวการผลิต นอกจากนี้ สำหรับท่านที่ต้องการเปรียบเทียบมิติตัวถังหรือสัมผัสคันจริงของรุ่นอื่น ๆ เรายังมี Bentayga Hybrid, Flying Spur และ Continental GT ในสต็อกพร้อมให้ท่านเข้ามาเยี่ยมชมและเปรียบเทียบได้ทันทีที่กรุงเทพฯ

ภาพ: Bentley Motors · อ่านประกาศต้นฉบับ

ข่าวสาร

สนใจสั่ง Bentley Torcal ตามสเปกที่ต้องการ?

แจ้งความสนใจไว้กับเรา แล้วเราจะติดต่อกลับพร้อมสถานะโควตา ราคานำเข้าถึงไทย และกำหนดเวลา

ซื้อรถจากนอกประเทศไทย? เราจัดส่งทั่วโลก

ให้เราติดต่อกลับทางไหน?