เผยแพร่ 17 สิงหาคม 2569

Aston Martin Valen 838 แรงม้า ผลิต 150 คัน แรงที่สุดในบรรดา Aston เครื่องวางหน้า

งานสั่งทำล่าสุดจาก Q by Aston Martin ดัน V12 ทวินเทอร์โบ 5.2 ลิตร ขึ้นเป็น 838 แรงม้า แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งคัน เบากว่าแพลตฟอร์ม V12 เดิมสูงสุด 110 กก. ความเร็วสูงสุด 344 กม./ชม. ผลิต 150 คันทั่วโลก เริ่มส่งมอบไตรมาสสอง ปี 2027

Aston Martin Valen 838 แรงม้า ผลิต 150 คัน แรงที่สุดในบรรดา Aston เครื่องวางหน้า — photo 1 of 261 / 26

Aston Martin เปิดตัว Valen ซูเปอร์คาร์ V12 รุ่นพิเศษจาก Q by Aston Martin ที่ Monterey Car Week เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2026 พร้อมยกระดับเครื่องยนต์ V12 เทอร์โบคู่ ขนาด 5.2 ลิตร ให้มีกำลังสูงสุดถึง 850 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 1,000 นิวตันเมตร จนกลายเป็นรถยนต์เครื่องยนต์วางหน้าที่มีกำลังสูงที่สุดของ Aston Martin

ชื่อ “Valen” มาจากคำภาษาละติน valens ซึ่งมีความหมายว่า “แข็งแกร่ง” และยังคงแนวทางการตั้งชื่อรถยนต์รุ่นพิเศษด้วยตัวอักษร V ต่อเนื่องจาก Valour และ Valiant

หัวใจสำคัญของ Valen คือเครื่องยนต์ V12 เทอร์โบคู่ ขนาด 5.2 ลิตร ที่ได้รับการปรับปรุงให้มีกำลังสูงสุด 850 แรงม้า พร้อมแรงบิด 1,000 นิวตันเมตร ตั้งแต่ 2,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังไปยังล้อคู่หลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ ZF 8 จังหวะ

ระบบเกียร์ได้รับการปรับแต่งใหม่โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการพัฒนาในรถแข่ง Vantage GT4 ช่วยให้ Valen สามารถเร่งความเร็วจาก 0-96 กม./ชม. ได้ภายในเพียง 3.0 วินาที ขณะที่ความเร็วสูงสุดถูกจำกัดด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ไว้ที่ 344 กม./ชม.

สำหรับโหมดการขับขี่ มีทั้ง Sport, Sport+ และ Track โดยแต่ละโหมดได้รับการปรับลักษณะการตอบสนองของคันเร่งและระบบส่งกำลังให้แตกต่างกัน เพื่อให้ Valen สามารถเปลี่ยนบุคลิกจากรถยนต์สมรรถนะสูง ไปสู่รถยนต์ที่เน้นการขับในสนามได้มากขึ้น

อีกหนึ่งหัวใจสำคัญของ Valen คือการลดน้ำหนัก Aston Martin ใช้ทั้ง คาร์บอนไฟเบอร์ อะลูมิเนียม ไทเทเนียม และแมกนีเซียม เพื่อลดน้ำหนักจากแพลตฟอร์ม V12 เดิมได้สูงสุดถึง 110 กก. ขณะเดียวกันก็มีชุดอุปกรณ์ลดน้ำหนักพิเศษที่ใช้ปีกนกและดุมล้อที่กลึงขึ้นจากอะลูมิเนียม รวมถึงสลักตัวถังไทเทเนียม ซึ่งช่วยลดน้ำหนักเพิ่มเติมได้ถึง 16.9 กก.

ล้อแมกนีเซียมขนาด 21 นิ้วเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมยาง Pirelli P Zero R ขนาด 275/35 ZR21 ที่ด้านหน้าและ 325/30ZR21 ที่ด้านหลัง รวมถึงเทคโนโลยี Pirelli Cyber Tyre ที่ส่งข้อมูลเกี่ยวกับสภาพยางแบบเรียลไทม์ไปยังระบบควบคุมต่างๆของรถ ระบบช่วงล่างใช้โช้คอัพกึ่งแอ็กทีฟ Bilstein DTX ขณะที่ระบบเบรกเป็นคาร์บอนเซรามิกพร้อมจานเบรกขนาด 410 มม. ที่ด้านหน้าและ 360 มม. ที่ด้านหลัง

ดีไซน์ด้านท้ายถือเป็นหนึ่งในจุดที่โดดเด่นที่สุดของ Valen เพราะ Aston Martin เลือกตัดกระจกหลังแบบเดิมออก พร้อมปรับรูปแบบฝากระโปรงท้ายใหม่ทั้งหมด ส่วนฝากระโปรงท้ายแบบชิ้นเดียวได้รับการออกแบบให้มีส่วนของสปอยเลอร์หลังรวมอยู่ในตัว ขณะที่ไฟท้ายแนวยาวแบบเต็มความกว้างของตัวรถถูกวางไว้ส่วนท้ายที่เชิดขึ้น ซึ่งทำหน้าที่คล้าย Gurney flap เพื่อช่วยสร้างแรงกดโดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่แบบรถแข่ง

ระบบไอเสียเป็นไทเทเนียมแบบ 4 ปลาย โดยปลายท่อขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติจากไทเทเนียม แบ่งเป็นคู่บนและคู่ล่าง โดยคู่บนเปิดตลอดเวลา ส่วนคู่ล่างจะมีวาล์วควบคุมตามโหมดการขับขี่

ภายในห้องโดยสาร Aston Martin ลดขนาดคอนโซลกลาง พร้อมใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติและปรับองศาให้หันเข้าหาผู้ขับมากขึ้น ส่วนชุดสวิตช์บางส่วนถูกนำมาจาก Valhalla ขณะที่เบาะนั่งมีให้เลือกทั้ง Sports Plus ที่พัฒนาขึ้นใหม่และเบาะนั่งคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักให้มากที่สุด

ลูกค้ายังสามารถเลือกธีมการตกแต่งภายในห้องโดยสารได้ถึง 5 รูปแบบ ตั้งแต่ Monotone ไปจนถึง Driver Focused พร้อมโปรแกรม Q by Aston Martin ที่เปิดโอกาสให้เจ้าของแต่ละคันสามารถสร้างรายละเอียดเฉพาะตัวได้อย่างเต็มที่

สำหรับ Valen คันที่เห็นอยู่นี้มาพร้อมสี Satin Andromeda Red จากโปรแกรม Q Ultra ซึ่งใช้เม็ดสี Chromaflair ทำให้สีเปลี่ยนเฉดตั้งแต่แดงเข้ม ทองแดง และทอง ก่อนจะสะท้อนประกายสีน้ำเงินในบางมุม นอกจากนี้ยังสามารถเลือกตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ฟอร์จที่ผ่านการย้อมพ่นสีได้ทั้งแบบเงาและแบบด้าน

Aston Martin Valen ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเพียง Vanquish ที่แรงขึ้น แต่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแสดงทิศทางใหม่ของการออกแบบและวิศวกรรมจาก Aston Martin โดยตรง ด้วยกำลัง 850 แรงม้า, แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร, น้ำหนักที่ลดลงสูงสุด 110 กก. และความเร็วสูงสุด 344 กม./ชม. Valen จึงกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในรุ่นพิเศษที่น่าจับตามองที่สุดของ Aston Martin ในยุคปัจจุบัน

การผลิตถูกจำกัดไว้เพียง 150 คันทั่วโลกและเริ่มส่งมอบในไตรมาสที่ 2 ปี 2027 โดย Aston Martin ยังไม่ได้เปิดเผยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันเปิดตัว ขณะที่รายงานจากสื่อต่างประเทศระบุว่าราคาสำหรับงานสั่งทำจะเริ่มต้นราว 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สำหรับผู้ที่ต้องการครอบครอง Aston Martin Valen รถยนต์รุ่นพิเศษที่ผลิตเพียง 150 คันทั่วโลก สามารถสั่งจองผ่านเราได้ เราพร้อมดูแลตั้งแต่ขั้นตอนการสั่งซื้อ ไปจนถึงการประเมินราคาจนถึงประเทศไทย พร้อมแจ้งกรอบเวลาและรายละเอียดการดำเนินการอย่างชัดเจน เพื่อให้คุณได้ครอบครอง Valen อย่างมั่นใจ

ภาพ: Aston Martin · อ่านประกาศต้นฉบับ

ข่าวสาร

สนใจโควตา Valen อยู่หรือเปล่า

แจ้งความสนใจไว้กับเรา แล้วเราจะติดต่อกลับพร้อมสถานะโควตา ราคานำเข้าถึงไทย และกำหนดเวลา

ซื้อรถจากนอกประเทศไทย? เราจัดส่งทั่วโลก

ให้เราติดต่อกลับทางไหน?